ข้อมูลส่วนตัว สำหรับสมาชิกเท่านั้น ชาย (สมรส) ไทย พุทธ 01-สิงหาคม-2525 อายุ 44ปี 175 Cm หนัก 80 Kg ผ่าน ข้อมูลการติดต่อ สำหรับสมาชิกเท่านั้น กรุงเทพมหานคร (จอมทอง, บางขุนเทียน,บางบอน) สำหรับสมาชิกเท่านั้น สำหรับสมาชิกเท่านั้น สำหรับสมาชิกเท่านั้น สำหรับสมาชิกเท่านั้น โทรศัพท์ , Email , ไลน์ไอดี ข้อมูลทั่วไป ช่างอื่นๆ งานประจำ (Full Time) , งานนอกเวลา (Part Time) , งานอิสระ (Freelance) 22,500บาท ขึ้นไป 4 ส.ค. 2569 4 ส.ค. 2569 JobTH.com | ประวัติการศึกษาสูงสุด จบการศึกษาแล้ว ในปี พศ. ไม่ได้ระบุ มัธยมศึกษาต้น-ปลาย โยธินบูรณะ ม.6 วิทย์ 2.03 ปวช เกษตรศาสตร์ อจนุปริญญา เครื่องกล 3.30 ประวัติการทำงาน 20 ปี กันยายน 2548 ถึง กันยายน 2558 ผู้จัดการ Kochoran 9/1 สุขุมวิท 33 สำหรับสมาชิกเท่านั้น หน้าที่หลักของ ผู้จัดการร้านนวด (Massage Shop Manager) ครอบคลุมการบริหารจัดการร้านและการดูแลให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่น ได้มาตรฐาน โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้ครับ 1. การบริหารจัดการบุคลากร (Staff Management) จัดตารางเวลาการทำงาน: จัดตารางเวรของพนักงานนวด พนักงานต้อนรับ และพนักงานทำความสะอาดให้เหมาะสมกับปริมาณลูกค้า ควบคุมและพัฒนาคุณภาพ: กำกับดูแลการปฏิบัติงานของพนักงานนวดให้ได้มาตรฐาน รวมถึงจัดอบรมหรือประเมินทักษะเพื่อพัฒนาคุณภาพการบริการอย่างต่อเนื่อง การบริหารทรัพยากรบุคคล: ดูแลเรื่องการสรรหา รับสมัคร ประเมินผลงาน และสร้างขวัญกำลังใจให้แก่พนักงานในร้าน 2. การบริการลูกค้าและความพึงพอใจ (Customer Service) ต้อนรับและดูแลลูกค้า: ให้การต้อนรับลูกค้า จัดคิว และดูแลให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดี แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า: รับฟังข้อเสนอแนะ ข้อร้องเรียน และจัดการแก้ไขปัญหาหน้างานได้อย่างรวดเร็วและมืออาชีพ รักษาฐานลูกค้า: สร้างความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้าเพื่อกระตุ้นให้เกิดการกลับมาใช้บริการซ้ำ 3. การจัดการสต็อกและอุปกรณ์ (Inventory & Supplies) ควบคุมสต็อกสินค้า: ตรวจสอบและบริหารจัดการสต็อกน้ำมันนวด โลชั่น สครับ ผ้าขนหนู สมุนไพร และอุปกรณ์สิ้นเปลืองต่างๆ ไม่ให้ขาดแคลน บำรุงรักษาอุปกรณ์: ดูแลรักษาเตียงนวด อุปกรณ์ไฟฟ้า และสภาพแวดล้อมภายในร้านให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ 4. การเงินและบัญชีเบื้องต้น (Financials & Cash Control) ควบคุมรายรับ-รายจ่าย: ตรวจสอบยอดขายรายวัน จัดทำรายงานสรุปบัญชี และดูแลระบบการรับเงินของร้าน บริหารงบประมาณ: ควบคุมค่าใช้จ่ายภายในร้านให้อยู่ในงบประมาณที่กำหนด 5. การตลาดและยอดขาย (Marketing & Sales) วางแผนส่งเสริมการขาย: ร่วมคิดโปรโมชัน แพ็กเกจบริการ หรือกิจกรรมกระตุ้นยอดขาย ประชาสัมพันธ์ร้าน: ดูแลภาพลักษณ์ของร้าน และวางแผนดึงดูดลูกค้าใหม่ผ่านช่องทางต่างๆ 6. มาตรฐานความสะอาดและความปลอดภัย (Cleanliness & Compliance) ควบคุมสุขอนามัย: ตรวจความสะอาดเรียบร้อยของห้องนวด พื้นที่ส่วนกลาง และสุขภัณฑ์ตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุขหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ปฏิบัติตามกฎระเบียบ: ดูแลเรื่องใบอนุญาตประกอบกิจการ และข้อบังคับทางกฎหมายของร้านนวดสปา พฤษภาคม 2560 ถึง กุมภาพันธ์ 2565 ูผูัจัดการสาขา power buy ที่อยู่: 160 ถ. พระรามที่ 2 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร 10150 สำหรับสมาชิกเท่านั้น หน้าที่หลักของ ผู้จัดการสาขา Power Buy (Power Buy Branch Manager) ครอบคลุมการบริหารจัดการสาขาธุรกิจค้าปลีกสินค้าไอทีและเครื่องใช้ไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมายขององค์กร โดยมีรายละเอียดสำคัญที่สามารถนำไปปรับใช้ในเรซูเม่ดังนี้ครับ: 1. การบริหารยอดขายและเป้าหมายธุรกิจ (Sales & KPI Management) ขับเคลื่อนยอดขาย: วางแผนและควบคุมการดำเนินงานของสาขาให้บรรลุเป้าหมายยอดขาย (Sales Target) และตัวชี้วัด (KPIs) ที่บริษัทกำหนด วิเคราะห์และวางแผน: วิเคราะห์ข้อมูลยอดขาย พฤติกรรมผู้บริโภค และแนวโน้มตลาดในพื้นที่ เพื่อจัดกิจกรรมหรือกลยุทธ์กระตุ้นยอดขาย บริหารงบประมาณ: ควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานภายในสาขาให้อยู่ในกรอบงบประมาณ 2. การบริหารจัดการบุคลากร (Staff Management) บริหารทีมงาน: ควบคุมดูแลการปฏิบัติงานของพนักงานขาย พนักงานแคชเชียร์ และพนักงานคลังสินค้า จัดตารางการทำงาน: จัดสรรกำลังคนและตารางเวรให้สอดคล้องกับช่วงเวลาที่มีปริมาณลูกค้าหนาแน่น พัฒนาและอบรม: อบรมทักษะการขาย ความรู้เรื่องสินค้า และการบริการ รวมถึงประเมินผลการปฏิบัติงานเพื่อสร้างขวัญกำลังใจ 3. การบริการลูกค้าและความพึงพอใจ (Customer Service) ดูแลการบริการ: รักษามาตรฐานการให้บริการระดับสูงของสาขา ต้อนรับและให้คำปรึกษาแก่ลูกค้า แก้ไขปัญหาหน้างาน: รับเรื่องและจัดการแก้ไขปัญหาข้อร้องเรียนของลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและเป็นมืออาชีพ 4. การบริหารสินค้าคงคลังและสต็อก (Inventory & Stock Control) ควบคุมสต็อกสินค้า: บริหารจัดการสต็อกสินค้าภายในร้าน (เครื่องใช้ไฟฟ้า, สินค้าไอที, Gadget) ไม่ให้สินค้าขาดแคลนหรือล้นสต็อก การจัดวางสินค้า: ควบคุมดูแลการจัดเรียงและตกแต่งสินค้าหน้าร้าน (Visual Merchandising) ให้สวยงาม ดึงดูดใจ และเป็นไปตามมาตรฐานแบรนด์ ตรวจนับสต็อก: ร่วมตรวจสอบและนับสต็อกสินค้าคงเหลือประจำเดือนและประจำปี 5. การปฏิบัติงานและความปลอดภัย (Operations & Compliance) ควบคุมระบบร้าน: ดูแลความเรียบร้อยทั่วไปของสาขา ระบบการเงิน การรับ-ส่งเงินรายวัน และความปลอดภัยภายในร้าน ปฏิบัติตามนโยบาย: ดูแลให้การดำเนินงานของสาขาเป็นไปตามกฎระเบียบ นโยบาย และมาตรฐานความปลอดภัยของบริษัท กรกฎาคม 2565 ถึง เมษายน 2567 QC Lanco hux สำหรับสมาชิกเท่านั้น 1. การตรวจสอบและควบคุมคุณภาพ (Quality Inspection) ตรวจสอบคุณภาพงาน: ตรวจสอบคุณภาพของวัตถุดิบ ชิ้นงานในกระบวนการผลิต หรือผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปให้เป็นไปตามมาตรฐานและข้อกำหนด (Specification) ของบริษัท ควบคุมมาตรฐานการปฏิบัติงาน: ตรวจสอบความถูกต้องและควบคุมให้ขั้นตอนการดำเนินงานเป็นไปตามระเบียบปฏิบัติมาตรฐาน (SOP) 2. การจัดการข้อบกพร่องและวิเคราะห์ปัญหา (Defect & Problem Solving) คัดแยกและบันทึกของเสีย: ตรวจสอบ คัดแยก และบันทึกข้อมูลของสินค้าหรือชิ้นงานที่ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน (Defect) วิเคราะห์หาสาเหตุ: ร่วมตรวจสอบและวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นในกระบวนการ เพื่อหาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดข้อบกพร่องซ้ำ 3. การจัดทำรายงานและเอกสาร (Documentation & Reporting) บันทึกผลการตรวจสอบ: จัดทำบันทึกผลการตรวจสอบคุณภาพประจำวัน/ประจำสัปดาห์อย่างเป็นระบบ รายงานความผิดปกติ: แจ้งข้อมูลหรือรายงานปัญหาด้านคุณภาพให้ผู้บังคับบัญชาหรือแผนกที่เกี่ยวข้องทราบอย่างทันท่วงที 4. การประสานงานเพื่อพัฒนาคุณภาพ (Coordination & Improvement) ประสานงานฝ่ายผลิต: ร่วมมือกับแผนกผลิตหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพงาน ควบคุมมาตรฐานความปลอดภัย: ดูแลให้การทำงานสอดคล้องกับข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและคุณภาพที่องค์กรกำหนด ช่างปรับฉีด กนกโปรดักดฺ์ หน้าที่หลักของ ช่างปรับฉีดพลาสติก (Injection Molding Technician) ครอบคลุมการตั้งค่าเครื่องจักร ควบคุมกระบวนการผลิตชิ้นงานพลาสติก และแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อให้ชิ้นงานได้มาตรฐาน โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้: 1. การตั้งค่าและปรับแต่งเครื่องจักร (Machine Setup & Parameter Adjustment) ตั้งค่าพารามิเตอร์: กำหนดและปรับตั้งค่าอุณหภูมิความร้อน แรงดัน (Pressure) ความเร็ว (Speed) แรงหนีบแม่พิมพ์ (Clamp Force) และรอบเวลาการทำงาน (Cycle Time) ให้เหมาะสมกับชนิดของพลาสติกและแบบพิมพ์ เตรียมวัตถุดิบและอุปกรณ์: ตรวจสอบและเตรียมเม็ดพลาสติก อบวัตถุดิบให้แห้งตามกำหนด รวมถึงตรวจสอบเครื่องอบเม็ดพลาสติก (Dryer) และเครื่องผสมสี 2. การเปลี่ยนและติดตั้งแม่พิมพ์ (Mold Change & Setup) ถอด-ประกอบแม่พิมพ์: ดำเนินการติดตั้งและถอดเปลี่ยนแม่พิมพ์ (Mold) เข้ากับเครื่องฉีดพลาสติกตามแผนการผลิตอย่างถูกต้องและปลอดภัย เชื่อมต่อระบบหล่อเย็น: ต่อระบบน้ำหล่อเย็น ท่อลม และเช็กระบบไฟฟ้าฮีตเตอร์ของแม่พิมพ์ให้พร้อมใช้งาน 3. การแก้ไขปัญหาและควบคุมคุณภาพ (Troubleshooting & Quality Control) แก้ไขงานบกพร่อง: วิเคราะห์และปรับแก้ปัญหาชิ้นงานพลาสติกที่เกิดความเสียหายระหว่างการผลิต เช่น ชิ้นงานไม่เต็ม (Short Shot), มีครีบ (Flash), รอยยุบ (Sink Mark), หรือชิ้นงานบิดงอ (Warpage) ตรวจสอบชิ้นงานแรกผลิต: ตรวจสอบคุณภาพชิ้นงานตัวอย่างชิ้นแรก (First Article) ร่วมกับฝ่ายควบคุมคุณภาพ (QC) ก่อนเดินเครื่องผลิตจริงจำนวนมาก 4. การบำรุงรักษาและความปลอดภัย (Maintenance & Safety) บำรุงรักษาเครื่องจักร: ดูแลรักษา ทำความสะอาด และตรวจสอบสภาพความพร้อมของเครื่องฉีดพลาสติกและแม่พิมพ์หลังใช้งาน ปฏิบัติตามความปลอดภัย: ควบคุมการทำงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยในการปฏิบัติงานกับเครื่องจักรกลความร้อนสูง ประวัติการฝึกอบรม ความสามารถ ความสามารถทางภาษา พูด (ดีมาก) อ่าน (ดีมาก) เขียน (ดีมาก) พูด (ดีมาก) อ่าน (ดีมาก) เขียน (ดีมาก) พูด (พอใช้) อ่าน (พอใช้) เขียน (พอใช้) พูด (พอใช้) อ่าน เขียน ไทย 60 คำ/นาที อังกฤษ 70 คำ/นาที รถยนต์ ,รถจักรยานยนต์ ,รถบรรทุก การใส่ "ความสามารถพิเศษ" (Special Skills) เพิ่มเติมในเรซูเม่ จะช่วยเพิ่มความโดดเด่นและทำให้ผู้ประกอบการเห็นศักยภาพที่หลากหลายของคุณมากขึ้น โดยสามารถเลือกทักษะที่สอดคล้องกับสายงานมาใส่ในช่องความสามารถพิเศษได้ดังนี้ครับ: 1. ทักษะด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี (Computer & Technical Skills) โปรแกรมสำนักงานขั้นสูง: การใช้งาน Microsoft Office (Word, Excel, PowerPoint) หรือ Google Workspace ในระดับดี เช่น การทำ Pivot Table หรือฟังก์ชันคำนวณขั้นสูงใน Excel โปรแกรมเฉพาะทางตามสายงาน: เช่น ระบบ ERP, SAP, โปรแกรมบัญชี, โปรแกรมออกแบบ (AutoCAD, Photoshop) หรือระบบ POS หน้าร้าน ทักษะการจัดการข้อมูล: การใช้งานฐานข้อมูลเบื้องต้นหรือการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analysis) 2. ทักษะด้านภาษาและการสื่อสาร (Language & Communication) ทักษะภาษาที่สาม: เช่น ภาษาจีน, ญี่ปุ่น, เกาหลี หรืออังกฤษ (ระบุระดับความสามารถ เช่น สนทนาได้ดี, อ่านเขียนเพื่อธุรกิจได้) ทักษะการประสานงาน: การเจรจาต่อรอง (Negotiation), การบริการลูกค้า (Customer Service) และการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า (Problem Solving) 3. ทักษะการบริหารจัดการและการทำงาน (Management & Soft Skills) ความเป็นผู้นำ: Leadership, การบริหารจัดการทีมงาน (Team Management) และการวางแผนโครงการ (Project Management) การบริหารเวลา: Time Management, การจัดลำดับความสำคัญของงานภายใต้ความกดดัน (Work Under Pressure) 4. ทักษะการปฏิบัติงานและการเดินทาง (Operational & Practical Skills) การขับขี่: มีใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ / รถจักรยานยนต์ / รถบรรทุก และมีความชำนาญในการเดินทาง ความพร้อมในการทำงาน: สามารถปฏิบัติงานกะเวลาพิเศษ (Shift Work) ทำงานล่วงเวลา (OT) หรือเดินทางไปปฏิบัติงานต่างจังหวัดได้ can go abroad โครงการ / ผลงาน / เกียรติประวัติ / บุคคลอ้างอิง สำหรับสมาชิกเท่านั้น |